ตู้พระไตรปิฏกบ้านพี่พลอย

รวบรวมเรื่องพุทธประวัติ และนิทานชาดก

  สนใจเลือกรับฟังตอนอื่น  คลิ๊กที่นี้คะ

เสียงแห่งธรรม พุทธประวัติ ตอนที่ 5

ค้นพบทางสายกลาง ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

สนใจฟังพุทธประวัติ ตั้งแต่ตอนแรก คลิ๊ก ตู้ประไตรปิฏก

หรือ คลิ๊กได้ที่นี้http://bannpeeploy.exteen.com/20070717/entry-3 นะคะ

 

 

 

บัดนี้ พระสิทธัตถะทรงกลับมีพละกำลังอย่างเดิม มีผิวพรรณผุดผ่องเป็นสีทองเหมือนกับเมื่อยังประทับ อยู่ในพระราชวังของพระบิดา ในเมื่อก่อน ถึงแม้ว่าพระองค์จะได้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า การทรมานพระ วรกายอย่างเคร่งครัดของพระองค์นั้นมีผลเช่นเดียวกันกับการเอาดินทรายมาปั้นให้เป็นเชือก พระปัญจ วัคคีย์กลับไม่รู้สึกเช่นเดียวกับพระองค์แต่อย่างใด เพราะปัญจวัคคีย์เหล่านั้นยังยึดถือว่าวิธีที่จะตรัสรู้ สัจธรรมนั้น จะต้องสำเร็จด้วยการทรมานร่างกายเพียงวิธีเดียว เมื่อพระองค์ทรงเลิกละการทรมาน ร่างกาย กลับมาบริโภคอาหารเพื่อบำรุงพระวรกายตามปรกติเช่นนี้ จึงลงความเห็นว่าพระองค์กลายเป็น คนมักมากเกินไปเสียแล้ว จึงได้พากันละทิ้งพระองค์ไปอาศัยที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เพราะเป็นปัญญา ชนคนธรรมดา ไม่อาจรู้ได้ จึงลงความเห็นว่าผิด

 

ในเวลาเช้าของวันเพ็ญเดือน ๖ พระสิทธัตถะประทับนั่งใต้ต้นไทร คนรับใช้ของนางสุชาดาได้ไปรักษา ความสะอาดบริเวณใต้ต้นไทรนั้นได้พบพระสิทธัตถะ และหลงคิดว่าเป็นเทพยดา เพราะพระลักษณะ ของพระสิทธัตถะมีความแตกต่างไปจากนักบวชทั่วไป พระองค์มีความผ่องใส จึงรีบมาบอกนายของ ตนว่าได้พบเทพยดาแล้ว กำลังนั่งรอรับเอาเครื่องแก้บนอยู่ ดังนั้น นางสุชาดาพร้อมสาวใช้จึงนำเอาข้าว มธุปายาสใส่ถาดทองคำแล้วนำไปถวายแก่พระสิทธัตถะ เมื่อพระองค์รับแล้ว นางสุชาดาได้กล่าว อวยพรแด่พระองค์ว่า ขอให้พระองค์จงทรงประสบแต่ความสำเร็จในสิ่งที่พระองค์ประสงค์ เช่นเดียวกับ ข้าน้อยได้ประสบความสำเรํจในสิ่งที่ข้าน้อยประสงค์นั้นเถิด (นางสุชาดามาบนเทพยดาว่าถ้านางได้ ลูกชายแล้วนางจะนำข้าวมธุปายาสมาแก้บน จึงเป็นเหตุให้นางคิดว่าพระสิทธัตถะเป็นเทพยดา) พระสิท ธัตถะไม่ทรงปฏิเสธการถวายทานพร้อมทั้งถาดของนางสุชาดา พระองค์ทรงรับไว้ด้วยความยินดี และหลังจากนางสุชาดากลับไป พระองค์ ได้ทรงลงไปที่ท่าน้ำ เพื่อชำระร่างกาย แล้วขึ้นมาเสวยข้าวมธุปายาส ๔๙ ก้อนนั้น จากนั้น พระองค์ก็ได้ นำเอาถาดทองคำไปเสี่ยงว่า ถ้าพระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้ถาดไหลขึ้นไปทาง เหนือ แล้วถาดก็ไหลขึ้นไปทางเหนือ ทำให้พระองค์มีความยินดีและรู้สึกในคุณประโยชน์ของอาหารจึง ทำให้มีกำลังกายกำลังใจต่อพระองค์เป็นอย่างยิ่ง ( ผลทานในครั้งที่หนึ่ง คือ นางสุชาดาได้ถวายข้าว มธุปายาส แด่พระองค์ หลังจากที่พระองค์ได้เสวยแล้าทำให้พระองค์มีกำลังแข็งแรงทั้งกายและสติ ปัญญา ทำความเพียรจนได้ตรัสรู้ธรรม ครั้งที่สอง ไม่มีผู้ใดเอาพระองค์เข้าสู่ปรินิพพานได้ มีแต่นาย จุนทะคนเดียว )

หลังจากนางสุชาดาได้ถวายข้าวมธุปายาสและรับพรแล้วก็พากันไป ต่อจากนั้นพระสิทธัตถะก็ลงไปสรง พระวรกายที่แม่น้ำ และกลับมานั่งปั้นข้าวมธุปายาสได้ทั้งหมด ๔๙ ปั้น และเสวยจนหมด และพระองค์ รู้สึกว่า เป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก และพระองค์ทรงจำไว้นานแสนนาน หลังจากนั้นพระสิทธัตถะได้นำ ถาดทองคำไปเสี่ยงที่วังแม่น้ำเนเรัญชรา และได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าเราพระองค์ได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าขอให้ถาดทองคำใบที่ปล่อยลงแม่น้ำนี้จงได้ไหลทวนกระแสน้ำขึ้นทางเหนือ ไม่ให้ไหล ลงทางใต้ ผลปรากฏว่าถาดทองคำใบนั้นไหลขึ้นทางเหนือ ไม่ไหลลงทางใต้ และไหลขึ้นไปประมาณ ๘ ศอก แล้วจึงจมลงพื้นบาดาลไปกระทบเข้ากับถาด ๓ อัน ซึ่งเป็นของพระพุทธเจ้าที่ได้ทำการเสี่ยงทาย ในอดีต ซึ่งมี (๑)พระพุทธเจ้ากกุสันโธ (๒) พระพุทธเจ้าโคนาคม (๓)พระพุทธเจ้ากัสสป และองค์ที่ ๔ นั้นคือพระโคดม

ส่วนพญานาคจะนอนหลับไหลตลอด จะตื่นก็ต่อเมื่อได้ยินเสียงจากถาดกระทบกันเท่านั้น เพราะเป็น สัญญาณเตือนให้พญานาคได้รู้ว่า จะมีสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใหม่มาตรัสรู้อีกแล้ว พญานาคก็ลุกขึ้น ไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้วก็นอนต่อไป เมื่อแปลออกเป็น ธรรมาธิษฐาน ถาดก็คือศาสนาของ พระพุทธเจ้า แม่น้ำก็คือโลกมนุษย์ คนในโลกมนุษย์ได้รู้จักคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่นำพาคนให้พ้น จากความทุกข์ ไปสู่ความเกษมสำราญก็คือพระนิพพานนี้เอง ความพ้นทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายอันเป็น กองทุกข์ที่แท้จริง ส่วนพญานาคผู้นอนหลับไหลอยู่ใต้บาดาลก็คือสัตว์โลก ผู้เต็มไปด้วยกิเลส ทั้งๆที่รู้ ว่าจะมีพระพุทธเจ้ามาโปรดโลก เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วก็หลับไปอีก เหมือนกับมนุษย์เรา ทั้งๆ ที่รู้ว่าอันนี้ เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ แต่หากหลงเข้าใจผิดว่าเป็นความสุขของโลก ก็เพราะติดอยู่ในรูป รส กลิ่น เสียง จึงได้เป็นทุกข์ แล้วทุกข์ต่อไป ไม่รู้วันจบสิ้นลงได้

หลังจากเสด็จลงอาบน้ำในแถบฝั่งแม่น้ำเนรัญชราในตอนกลางวัน พระองค์ได้เสด็จเข้าไปประทับใน ดงไม้สาละ ใกล้แถบแม่น้ำตลอดเวลากลางวัน ทรงกำหนดสถานที่ที่จะประกอบความเพียร เพื่อให้ได้ ตรัสรู้ จนถึงเวลาค่ำลง พระองค์ได้เสด็จออกจากโคนต้นสาละ แล้วตั้งหน้าไปหาต้นศรีมหาโพธิ์ ทรงปู หญ้าคา ๘ กำ ที่โสตถิยะพราหมณ์ ถวายให้ระหว่างทาง ทรงปูลงใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้วทรงประทับ ลงบนแท่นหญ้าคานั้น จากนั้นพระองค์ก็เริ่มปฏิบัติตามความตั้งในไว้ทุกประการต่อไป

เมื่อได้ปูหญ้าคาเพื่อใช้เป็นที่ประทับอย่างเรียบร้อยดีแล้ว พระองค์ได้ประทับนั่งข