ตู้พระไตรปิฏกบ้านพี่พลอย

รวบรวมเรื่องพุทธประวัติ และนิทานชาดก

  สนใจเลือกรับฟังตอนอื่น  คลิ๊กที่นี้คะ

พุทธประวัติ ตอนที่ 2 เข้าสู่วัยหนุ่ม อภิเสกสมรส

ในนครกบิลพัสดุ์นั้น ในครั้งนั้นเป็นฤดูร้อน อันเป็นฤดูเริ่มการทำนา พระเจ้าศรีสุทโธทนะได้เสด็จ ออกจากพระนครพร้อมด้วยขบวนหลวง เพื่อประกอบพิธีอันเรียกว่า รัชชนังคลมงคล ประชาราษฎร ทั่วทั้งนครได้ติดตามพระองค์ไป เพราะเป็นพิธีใหญ่ประจำปี และเพื่อรอดูพระราชาของพระองค์ ประกอบพิธีอันสำคัญครั้งนี้ และมีการแสดงมโหรสพต่างๆ อย่างครึกครื้นที่สุดต่อเนื่องกัน พระเจ้า สุทโทธนะก็ได้พาพระโอรสองค์น้อยของพระองค์ไปสู่ท้องนาเพื่อร่วมประกอบพิธีด้วย

พระเจ้าศรีสุทโธทนะได้เสด็จไปยังที่ที่ประกอบพิธีไถนา (แรกนาขวัญ) พระองค์ทรงจับคันไถซึ่งประดับ ด้วยทองคำ เริ่มไถพื้นดินแห่งท้องนา ถัดมาตามหลังมีหมู่เสนาอำมาตย์ติดตามซึ่งจับคันไถอันประดับ ด้วยเงิน แล้วก็ถึงลำดับต่อมาที่เป็นหมู่ชาวนาธรรมดาทำการไถตามมา ด้วยการไถเป็นปรกติของตน เป็นคู่ๆ ล้วนแต่ไถดินดานเหล่านั้นให้พลิกฟื้น เพื่อให้เหมาะสมที่จะปูหว่านพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็น ตัวอย่างต่อไป

ครั้นถึงเวลารับประทานอาหาร พวกข้าราชบริพารทั้งหลายต่างพากันไปยังที่เลี้ยงอาหารกันหมด พากัน ลืมนึกถึงเจ้าชายสิทธัตถะโดยสิ้นเชิง ดังนั้นพระองค์จึงเสด็จดำเนินไปอย่างเงียบๆตามลำพังจนไปหยุด อยู่ใต้ต้นหว้าใหญ่ มีใบดกหนาร่มเงาเย็นดี จึงเสด็จประทับนั่งลงสำรวมจิตใจให้ว่างจากอารมณ์ ทั้งหลาย แล้วพระองค์ได้เริ่มพิจารณาถึงความเป็นอยู่ของชีวิต คิดว่าในที่นี้ พระราชบิดาพร้อมทั้ง อำมาตย์และชาวนาทั้งหลายได้ประกอบพิธีหว่านไถ ทุกคนกำลังมีความสุขสนุกสนาน เลี้ยงดูกันอย่าง เต็มที่ นี่คือธรรมชาติของชีวิตมนุษย์เรา

แต่สำหรับวัวทุกตัว เจ้าชายได้คำนึงแล้วว่าไม่มีความสุขสักเพียงแต่น้อย มันต้องแบกไถอันหนัก ไถไปตามพื้นดินเหนียว มันแบกไถไปด้วยความลำบาก จึงหมดแรงและต้องหายใจทางปาก ทำให้ เห็นชัดเจนว่า ชีวิตนี้ไม่ได้สนุกสนานสำหรับมันเลย แม้แต่ในวันที่มนุษย์กินเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน เช่นนี้ มันจำเป็นต้องทำงานหนัก ถูกไล่ตีและถูกด่าด้วยคำอันหยาบคายเพราะทำไม่ได้ตามความ ต้องการของเจ้าของมัน และสิ่งเหล่านี้ ทำให้เจ้าชายไม่สบายพระทัยเลย

นอกจากนั้น เจ้าชายยังสังเกตถึงความเคลื่อนไหว ของสัตว์ต่างๆตลอดจนถึงแมลงที่อยู่บริเวณนั้น เพราะพระองค์สังเกตเห็นกิ้งก่าตัวหนึ่งวิ่งมาจากซอกใกล้ๆพระบาทของพระองค์ แล้วใช้ลิ้นอันไวของ มันแลบจับเอาแมลงเล็กๆ ตัวหนึ่งซึ่งทำรังของมันอยู่อย่างแข็งขัน แต่ชั่วขณะเวลานั้นเองมีงูตัวหนึ่ง เลื้อยออกมาแล้วงาบกิ้งก่าตัวนั้นกลืนกิน และในขณะที่พระองค์กำลังประหลาดใจอยู่นั้นเอง ก็มีเหยี่ยว ตัวหนึ่งได้บินถลาลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วโฉบเอางูตัวนั้นไปจิกกินเป็นอาหาร พระองค์จึงคิด สงสารว่า สังขารของสัตว์เหล่านั้นล้วนอยู่ไม่เที่ยง

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปแล้วได้ถามพระองค์เองว่า เมื่อมีสิ่งต่าง ๆ เป็น ดังนี้แล้ว ความงดงามทั้งหลายที่ปรากฎอยู่ มีความสกปรกแฝงอยู่ในเบื้องหลัง ของเราอย่างจริงแท้ ในที่สุดก็มีความรู้สึกว่า ความทุกข์อันใหญ่หลวงกำลังครอบคลุมคนและสัตว์ทั้งหลายอยู่ตลอดเวลา แม้นว่าพระองค์เอง จะกำลังมีความสำราญเบิกบานก็ดี เมื่อทรงรำพึงอยู่ดังนั้น ทั้งที่พระองค์เองก็อยู่ใน วัยคนองหนุ่มน้อย เจ้าชายสิทธัตถะก็ได้มีพระทัยดิ่งลงสู่ห้วงลึกแห่งความคิด จนกระทั่งหมดความรู้ สึกต่อสิ่งใด ๆ โดยสิ้นเชิงเพราะยังหาคำตอบไม่ได้

เมื่อพิธีไถนาสิ้นสุดลง พวกที่มีหน้าที่ทำการอารักขาเจ้าชายได้ระลึกถึงพระองค์ จึงรีบเที่ยวเสาะหา และได้พบพระองค์กำลังประทับนิ่งเงียบอย่างกับรูปหินสลักอยู่ใต้โคนต้นหว้า จึงได้พยายามปลุกให้ตื่น จากสมาธิ แล้วกราบทูลให้พระองค์ได้ทราบว่า พระราชาสั่งให้ตามเสด็จกลับเพราะเป็นเวลาสมควรที่จะ เสด็จกลับพระราชวังแล้ว ตลอดทางเสด็จกลับพระราชวัง ในพระทัยของพระองค์เต็มไปด้วยความ สงสารต่อสรรพสัตว์สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย

( เจ้าชายสิทธัตถะนั่งสมาธิเป็นเวลานาน จนตะวันจะคล้อยบ่าย เงาของต้นไม้ทุกต้นจะเลื่อนไปตาม ตะวัน แต่เงาของต้นหว้ากลับเที่ยงตรงดังเดิม พระเจ้าสุทโธทนะมีความอัศจรรย์ใจ จึงได้ถวายบังคม พระโอรส นี่เป็นเหตุครั้งที่สองที่พระองค์กระทำเช่นนี้ )

พระเจ้าศรีสุทโทธนะ ได้ทรงวุ่นวายพระทัยที่ได้รู้ว่า พระโอรสของพระองค์มีความคิดหมุนไปทางสมณ เพศเสียแล้ว พระองค์จึงหวั่นพระทัยว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะละทิ้งบ้านเมืองไป และพระองค์เองจะไม่มี พระโอรสสืบราชบัลลังก์ของพร