ตู้พระไตรปิฏกบ้านพี่พลอย

รวบรวมเรื่องพุทธประวัติ และนิทานชาดก

  สนใจเลือกรับฟังตอนอื่น  คลิ๊กที่นี้คะ

พุทธประวัติ ตอนที่ 3 พบเทวทูตทั้ง 4

เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงมองเห็นเทวทูตทั้ง 4 คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

ผู้มากราบทูลให้พระเจ้าศรีสุทโธทนะทราบถึงเรื่องราว ที่เกิดขึ้นบนท้องถนนหลวงนั้นทุกประการพระ องค์ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งและ ได้พยายามหาสิ่งที่เพลิดเพลินสนุกสนานอย่างอื่นมาบำรุงบำเรอ พระโอรสของพระองค์อีกหลายอย่าง แต่ทุกๆอย่างก็ไร้ผลดั่งที่เคยเป็นมาเจ้าชายสิทธัตถะก็ไม่ได้หลง ใหลต่อสิ่งเหล่านั้นกลับทรงอ้อนวอน ขอให้พระบิดาอนุญาตให้พระองค์เสด็จออกประพาสพระนครอีก ครั้งตามลำพังโดยไม่ให้มีผู้ใดรู้ เพื่อพระองค์จะได้ทอดพระเนตรเห็นสิ่งต่างๆ ตามที่เป็นอยู่ทุกวันตาม ปรกติ เจ้าชายสิทธัตถะทรงอยากรู้แหล่งที่มาของความเป็นจริง จึงได้ตัดสินใจประพาสตามลำพังกับ นาย ฉันนะมหาดเล็กคนสนิทของเจ้าชายสิทธัตถะ

พระราชาไม่ทรงปรารถนาที่จะอนุญาต ด้วยพระองค์ทรงหวั่นวิตกว่า เจ้าชายเสด็จออกไปครั้งนี้ จะได้ ทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่ปกติของประชาราษฎรซึ่งไม่ได้มีโอกาสเกิดเป็นลูกกษัตริย์หรือลูกเศรษฐี ต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพ อาบเหงื่อต่างน้ำ หาเช้ากินค่ำ พร้อมทั้งจะได้เห็นชีวิตที่แท้จริงของมนุษย์ ซึ่งมี เกิดแก่เจ็บตายเป็นของธรรมดา ตลอดเวลาพระองค์ดำริเกี่ยวกับคำทำนายของพระฤาษีสูงอายุว่าต้อง เป็นความจริงโดยแน่นอน แต่ด้วยพระทัยที่รักและสงสารพระโอรส ก็จำต้องอนุญาตให้เจ้าชายเสด็จ ประพาสพระนครได้ตามความประสงค์ของเจ้าชาย ดังนั้น เจ้าชายสิทธัตถะจึงมีโอกาสได้เสด็จออกนอก กำแพงวังซึ่งพระบิดามุ่งหมาย กีดกั้นไม่ให้พระองค์ได้ประสบพบพานกับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนานั้นอีกใน ครั้งหน้า แต่พระเจ้าศรีสุทโธทนะหารู้ไม่ว่า พระองค์ ยิ่งกีดกั้นเท่าไร ยิ่งทำให้เจ้าชายสิทธัตถะมีความ ทุกข์มากขึ้นเท่านั้น

ในครั้งนี้ เจ้าชายสิทธัตถะได้เสด็จดำเนินด้วยพระบาท แทนที่จะเป็นราชรถ ทรงแต่งกายพระองค์เอง ด้วยเครื่องแต่งกายอย่างคนหนุ่มที่มีเชื้อสายตระกูลผู้ดี และไม่มีผู้ใดตามเสด็จ นอกจากนายฉันนะ มหาดเล็กคนสนิท และก็ได้แต่งกายให้ผิดแปลกไปจากที่เคย เพื่อให้คนอื่นๆ ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าชาย เพื่อเจ้าชาย จะได้ทอดพระเนตรเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ตามความประสงค์ของเจ้าชาย ที่มีจุดประสงค์ อยากเห็นชีวิตความเป็นอยู่จริงของประชาราษฎร ตามทางที่ผ่านไป มีช่างเหล็กกำลังตีเหล็กด้วย ค้อนใหญ่เพื่อทำให้เป็นเครื่องใช้ต่าง ๆ สิ่งดังกล่าวที่พระองค์ได้เห็น นั่นคือสิ่งที่เป็นที่สนพระทัยของ พระองค์เป็นอย่างยิ่ง

ข้างถนนหลวงอันเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของคนมั่งมี มีช่างเพชรพลอยและช่างตีเครื่องประดับต่างๆ กำลัง ทำและจำหน่ายเครื่องประดับเพชรพลอย เงิน ทองคำรูปพรรณนานาชนิด ถนนบางสายเต็มไปด้วย ร้านรวงของคนย้อมผ้า ซึ่งกำลังตากผ้าสีสดใสต่างๆ กัน บางแห่งเต็มไปด้วยร้านขนม มีคนทำขนมที่ กำลังปรุงแต่ง และกำลังขายให้ลูกค้าที่เฝ้ายืนคอยรออยู่ เพื่อต้องการบริโภคขนมที่ทำเสร็จใหม่ ๆ ในขณะนั้นพระทัยของเจ้าชายสิทธัตถะจึงมีความปิติยินดีและทรงสนุกสนานไปด้วยภาพพจน์ของฝูงชนทั้งหลายที่กำลังประกอบกิจการที่เจริญรุ่งเรืองอย่างขยันขันแข็ง ไม่มีวี่แววเแห่งความอ่อนเพลียเมื่อยล้า พระองค์จึงทรงเบิกบานพระทัยไปตลอดเวลา แต่ความสุขเหล่านั้นยังไม่ใช่แนวทางที่พระองค์ออก แสวงหาและปรารถนาอย่างแท้จริง

ในที่สุดความเบิกบานพระทัย อันเกิดจากภาพที่ได้ประสบพบเห็นสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ในวันนั้น ก็หมดสิ้นไปในขณะที่พระองค์เสด็จพระดำเนินไปตามถนนหลวงนั้นพระองค์ทรงได้ยินเสียงคนร้องคราง เป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือของใครคนหนึ่ง ในระยะที่ห่างไกลจากพระองค์พอสมควร พระองค์ได้ ทอดพระเนตรเห็นชายคนหนึ่งกำลังนอนกลิ้งไปมาตามพื้นดินด้วยท่าทางอันประหลาด ตามหน้าตาที่ เต็มไปด้วยจุดสีม่วง และตาเหลือกไปมา เพื่อพยายามจะอดกลั้นใจใช้กำลังทั้งหมด เพื่อพยุงตัวขึ้นและ ทุกครั้งที่เขาลุกขึ้นเขาก็ล้มลงไปอีกอย่างแรง ความเจ็บปวดเป็นของไม่เที่ยง อันเป็นอนิจจังที่ทุกๆคน มีอยู่เป็นประจำและหนีมันไม่พ้น

ด้วยความเมตตากรุณาอันเป็นนิสัยของพระองค์ พระองค์ได้ทรงวิ่งตรงไปยังชายคนนั้นในทันที และ ช้อนเอาชายคนนั้นให้ลุกนั่ง แล้วเอาหัวของชายคนนั้นพาดใส่กับเข่าของพระองค์และ เมื่อช่วยทำให้ ชายคนนั้นรู้สึกดีขึ้นแล้ว พระองค์ก็ตรัสถามว่า ท่านเป็นอะไรไป เป็นอะไรจึงยืนไม่ได้ ชายคนนั้น พยายามที่จะตอบ แต่ไม่สามารถจะพูดออกมาได้ เขาไม่มีกำลังพอที่จะพูดเป็นเสียงได้ และเมื่อนาย ฉันนะตามมาถึง พระองค์จึงตรัสถามนายฉันนะว่า ฉันนะ บอกเราพระองค์ว่า คนคนนี้เขาเป็นอะไร ทำไมเขาถึงมานอนอยู่ที่นี่ ทำไมการหายใจของเขาจึงมีเสียงดัง เป็นอะไร ทำไมเวลาเราถาม เขาถึงไม่ตอบ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ เป็นธรรมชาติของสังขาร มาจากการปรุงแต่งของชีวิต ไม่ว่าสัตว์หรือมนุษย์ก็มีชะตากรรมอันเดียวกันหมด

นานฉันนะได้ร้องขึ้นอย่างตกใจว่า พระองค์อย่าไปจับต้องบุคคลเช่นนั้น เขาเป็นพยาธิติดต่อ โลหิตของเขาเป็นพิษ โรคร้ายกำลังผ่านเข้าสู่ภายใน แม้แต่การหายใจ ก็หายใจด้วยความสำบาก และในที่สุด ลมหายใจของเขาก็จะต้องหมดไปและตายไปในที่สุด คนอื่นๆ ก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน หรือไม่? เราเองก็อาจจะเป็นอย่างนี้ใช่ไหม? นายฉันนะตอบอย่างรวดเร็วว่า ทูลข้าพระบาท พระองค์ก็ อาจจะเป็นได้เหมือนกัน ถ้าหากไปแตะต้องคนเช่นนั้นอย่างใกล้ชิด ขอพระองค์จงวางเขาลงเสียเถิด อย่าได้จับต้องคนประเภทนี้อีก เพราะโรคร้ายจะติดต่อมายังพระองค์ แต่ความเมตตาที่เจ้าช